แบบประกันภัยหลัก — คุ้มครองโรคร้ายแรง

AIA CI ProCare

แบบประกันภัยหลักที่คุ้มครองทั้งชีวิตและโรคร้ายแรงยาวถึงอายุ 99 ปี จ่ายซ้ำได้หลายครั้ง และยังเพิ่มผลประโยชน์อีกสองก้อนที่คนมักมองข้าม คือเงินก้อนตอนเข้าภาวะวิกฤต และเงินรายเดือนช่วงพักฟื้น

62 โรค/การรักษาครอบคลุมตั้งแต่ระยะต้นจนถึงระดับรุนแรง
สูงสุด 1,000%ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อรวมทุกผลประโยชน์
ชำระ 20 ปีเบี้ยคงที่ คุ้มครองยาวถึงอายุครบ 99 ปี
แบบนี้คืออะไร

จ่ายครั้งเดียวแล้วจบ ไม่พอสำหรับโรคร้ายแรงยุคนี้

ProCare ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่แบบเดิม ๆ แก้ไม่ได้ คือการป่วยซ้ำ และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่ารักษา

แบบประกันโรคร้ายแรงรุ่นก่อนส่วนใหญ่จ่ายเงินก้อนครั้งเดียวแล้วสัญญาสิ้นสุด แต่ความจริงของการรักษาสมัยนี้คือคนไข้จำนวนมากรอดจากโรคแรก แล้วต้องเจอโรคที่สอง หรือเจอโรคเดิมกลับมาเป็นซ้ำอีกหลายปีให้หลัง ตอนนั้นความคุ้มครองก้อนเดิมหมดไปแล้ว และการซื้อใหม่ก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะประวัติสุขภาพเปลี่ยนไปแล้ว

AIA CI ProCare เป็นแบบประกันภัยหลัก ไม่ใช่สัญญาเพิ่มเติม จึงยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องแนบกับกรมธรรม์อื่น จ่ายผลประโยชน์โรคร้ายแรงได้สูงสุด 6 ครั้ง รวมวงเงินถึง 800% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และยังจ่ายซ้ำได้เมื่อโรคเดิมกลับมาเป็นใหม่ ภายใต้ผลประโยชน์ Relapsed CI

สิ่งที่ทำให้ ProCare ต่างจากแบบอื่นชัดที่สุดคือผลประโยชน์อีกสองก้อนที่เพิ่มเข้ามา ก้อนแรกจ่ายเมื่อเข้าภาวะวิกฤตที่มีผลต่อการดำรงชีวิต ซึ่งไม่ผูกกับชื่อโรค แต่ผูกกับความหนักของอาการ อีกก้อนจ่ายเป็นรายเดือนต่อเนื่อง 60 เดือน สำหรับช่วงพักฟื้นที่รายได้หายไปแต่ค่าใช้จ่ายยังอยู่

เงินที่หายไปตอนป่วยหนัก ไม่ได้มีแค่ค่ารักษา

ค่ารักษาส่วนใหญ่มีประกันสุขภาพรับไว้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ประกันสุขภาพไม่จ่ายคือรายได้ที่หยุดไป ค่าเดินทางไปรักษาต่อเนื่อง ค่าคนดูแล และค่าใช้จ่ายของครอบครัวที่ยังเดินต่อทุกเดือน ผลประโยชน์เป็นเงินก้อนและเงินรายเดือนของแบบนี้ ออกแบบมาเพื่อรับตรงส่วนนั้น

ได้อะไรบ้าง

ผลประโยชน์ทั้ง 7 ข้อของ ProCare

ตัวเลขทั้งหมดคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัยที่คุณเลือก

1. โรคร้ายแรงระดับต้นถึงระดับปานกลาง

จ่าย 40% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย จ่ายได้สูงสุด 6 ครั้ง ครั้งละหนึ่งกลุ่มโรค และกรมธรรม์ยังมีผลบังคับต่อไป

2. โรคร้ายแรงระดับรุนแรง

จ่าย 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย จ่ายได้สูงสุด 6 ครั้ง โดยผลประโยชน์ข้อ 1 และ 2 รวมกันไม่เกิน 800%

3. ภาวะวิกฤตที่มีผลต่อการดำรงชีวิต (MIB)

จ่าย 100% ครั้งเดียวตลอดอายุสัญญา เมื่อเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วัน ตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนด — ข้อนี้ดูที่ความหนักของอาการ ไม่ได้ดูที่ชื่อโรค

4. การดูแลต่อเนื่องจากโรคร้ายแรง (CCB)

จ่ายก้อนแรก 10% หนึ่งครั้ง แล้วจ่ายต่อเป็นรายเดือน เดือนละ 1.5% ติดต่อกัน 60 เดือน รวมอีก 90% โดยผลประโยชน์ข้อ 3 และ 4 รวมกันไม่เกิน 200%

5. ยกเว้นเบี้ยประกันภัย

เมื่อได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกภายใต้ผลประโยชน์ข้อ 2, 3 หรือ 4 บริษัทจะยกเว้นเบี้ยประกันภัยที่เหลือตามระยะเวลาชำระเบี้ย โดยความคุ้มครองยังเดินต่อเหมือนเดิม

6. และ 7. เสียชีวิต หรือครบกำหนดสัญญา

จ่ายจำนวนที่มากกว่าระหว่าง 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือเบี้ยประกันภัยหลักที่ชำระมาแล้วทั้งหมด หักผลประโยชน์ที่จ่ายไปแล้ว (ถ้ามี)

รวมทุกผลประโยชน์ สูงสุด 1,000% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

วงเงินโรคร้ายแรง (ข้อ 1 และ 2) สูงสุด 800% บวกกับวงเงิน MIB และ CCB (ข้อ 3 และ 4) อีกสูงสุด 200% ตัวอย่างเช่น ทุนประกัน 1,000,000 บาท วงเงินผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาสูงสุดคือ 10,000,000 บาท

ทั้งนี้ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 85 ปีบริบูรณ์ จนถึงอายุครบ 99 ปี ผลประโยชน์ความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่เหลือ จะจำกัดอยู่ที่สูงสุด 140% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์

โรคที่คุ้มครอง

62 โรคและการรักษาที่คุ้มครอง แบ่งเป็น 6 กลุ่ม

กดที่แต่ละกลุ่มเพื่อดูรายการทั้งหมด ระดับต้นถึงปานกลาง 18 รายการ และระดับรุนแรง 44 รายการ

กลุ่ม 1โรคมะเร็ง และเนื้องอก4 รายการ
ระดับต้นถึงระดับปานกลาง 2 รายการ

  • โรคมะเร็งระยะไม่ลุกลาม
  • การผ่าตัดเนื้องอกต่อมใต้สมองออก
ระดับรุนแรง 2 รายการ

  • โรคมะเร็งระยะลุกลาม
  • เนื้องอกในสมองชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง
กลุ่ม 2โรคหัวใจ การหายใจ และระบบการไหลเวียนโลหิต13 รายการ
ระดับต้นถึงระดับปานกลาง 5 รายการ

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่รักษาด้วยการสวนหลอดเลือดหัวใจ
  • การผ่าตัดลอกเยื่อหุ้มหัวใจ
  • การรักษาโรคลิ้นหัวใจด้วยการสวนหลอดเลือด
  • การรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าโดยวิธีใส่สายสวนทางหลอดเลือด หรือภาวะการโป่งพองของหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าที่ระดับอกหรือระดับท้อง
  • การใส่เครื่องกรองลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำใหญ่
ระดับรุนแรง 8 รายการ

  • กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด
  • การผ่าตัดเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ
  • การผ่าตัดลิ้นหัวใจโดยวิธีการเปิดหัวใจ
  • การผ่าตัดเส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า
  • โรคแรงดันในหลอดเลือดแดงปอดสูงแบบปฐมภูมิ
  • โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง / โรคปอดระยะสุดท้าย
  • โรคโลหิตจางจากไขกระดูกไม่สร้างเม็ดโลหิต
กลุ่ม 3โรคหลอดเลือดสมอง ระบบประสาท และกล้ามเนื้อ17 รายการ
ระดับต้นถึงระดับปานกลาง 4 รายการ

  • โรคหลอดเลือดสมองที่ต้องได้รับการผ่าตัดลอกหลอดเลือดแดงคาโรติด
  • โรคหลอดเลือดสมองที่ได้รับการรักษาโดยวิธีใส่สายสวนเส้นเลือดแดงบริเวณคอ
  • โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองที่รักษาโดยใช้ขดลวดผ่านสายสวนทางหลอดเลือด
  • การผ่าตัดฝังท่อระบายในโพรงสมอง
ระดับรุนแรง 13 รายการ

  • โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน
  • โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัด
  • ภาวะโคม่า
  • โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์
  • โรคเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
  • สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส
  • โรคพาร์กินสัน
  • โรคระบบประสาทมัลติเพิล สเคลอโรสิส
  • โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว
  • ภาวะอะแพลลิก
  • อัมพาตของกล้ามเนื้อแขนหรือขา
  • โรคโปลิโอ
  • โรคกล้ามเนื้อเสื่อม
กลุ่ม 4โรคอวัยวะ และระบบการทำงานที่สำคัญของร่างกาย11 รายการ
ระดับต้นถึงระดับปานกลาง 3 รายการ

  • การผ่าตัดตับออกหนึ่งกลีบ
  • การผ่าตัดไตออกหนึ่งข้าง
  • การผ่าตัดปอดออกหนึ่งข้าง
ระดับรุนแรง 8 รายการ

  • ตับวาย
  • ไตวายเรื้อรัง
  • โรคลำไส้อักเสบเป็นแผลรุนแรง
  • การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะหรือปลูกถ่ายไขกระดูก
  • โรคไวรัสตับอักเสบขั้นรุนแรง
  • ภาวะตับอ่อนอักเสบที่กลับเป็นซ้ำและเรื้อรัง
  • ไตอักเสบลูปูส จากโรคซิสเต็มมิค ลูปูส อิริเธมาโตซูส (SLE)
  • ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ชนิดรุนแรง
กลุ่ม 5ภาวะติดเชื้อ การบาดเจ็บร้ายแรง และภาวะทุพพลภาพ13 รายการ
ระดับต้นถึงระดับปานกลาง 4 รายการ

  • แผลไหม้ชนิดรุนแรงน้อย (การเกิดแผลไหม้ระดับ 2)
  • การผ่าตัดเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ
  • การสูญเสียแขนหรือขาหนึ่งข้างหรือตาหนึ่งข้าง
  • โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
ระดับรุนแรง 9 รายการ

  • แผลไหม้ฉกรรจ์ (การเกิดแผลไหม้ระดับ 3)
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง
  • การสูญเสียการดำรงชีพอย่างอิสระ
  • การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
  • ตาบอด
  • การฉีกขาดของรากประสาทต้นแขน
  • การสูญเสียความสามารถในการพูด
  • โรคเนื้อเยื่อพังผืดอักเสบติดเชื้อและเป็นเนื้อตาย
  • โรคเท้าช้าง
กลุ่ม 6โรคร้ายแรงสำหรับผู้เยาว์ (อายุ 15 วัน – 16 ปี)4 รายการ
ระดับต้นถึงระดับปานกลาง 0 รายการ

ไม่มีในกลุ่มนี้

ระดับรุนแรง 4 รายการ

  • โรคไข้รูมาติกที่ทำให้หัวใจผิดปกติ
  • โรคคาวาซากิที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนของหัวใจ
  • โรคเบาหวานชนิดที่หนึ่ง
  • โรคน้ำไขสันหลังคั่งในโพรงสมองซึ่งเกิดภายหลังและต้องใส่ท่อระบาย

อ่านรายการนี้อย่างไร ชื่อโรคในตารางเป็นชื่อย่อเพื่อให้อ่านง่าย คำนิยามที่ใช้จริงในการพิจารณาจ่ายผลประโยชน์เป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งกำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยของแต่ละโรคไว้อย่างละเอียด บางรายการมีเงื่อนไขอายุกำกับไว้ เช่น กลุ่มโรคร้ายแรงสำหรับผู้เยาว์คุ้มครองผู้เอาประกันภัยถึงอายุ 16 ปี และบางโรคในกลุ่มระบบประสาทคุ้มครองจนถึงก่อนอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์

ก่อนตัดสินใจ

สามเรื่องที่ควรรู้ก่อน ไม่ใช่หลังจากซื้อ

ผมเลือกสามเรื่องนี้เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้ามักเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุด

มีระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง 60 วัน

โรคร้ายแรงหรือความผิดปกติที่แพทย์ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกัน ซึ่งเกิดขึ้นภายใน 60 วันนับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครอง จะไม่ได้รับความคุ้มครอง ข้อนี้มีในทุกแบบประกันโรคร้ายแรง และเป็นเหตุผลที่ไม่ควรรอจนรู้สึกผิดปกติแล้วค่อยทำ

การจ่ายซ้ำมีเงื่อนไขเว้นช่วง

ผลประโยชน์จ่ายเพียงครั้งเดียวสำหรับแต่ละกลุ่มโรค และหลังจากได้รับวินิจฉัยโรคร้ายแรงระดับรุนแรงครั้งแรก จะมีช่วงที่ไม่คุ้มครองอีก 1 ปี (No claim period) ก่อนจะเคลมกลุ่มโรคถัดไปได้ ยกเว้นกรณี Relapsed CI

เบี้ยคงที่ แต่ไม่ได้แปลว่าถูก

เบี้ยของแบบนี้คงที่ตลอด 20 ปีที่ชำระ ไม่ปรับขึ้นตามอายุเหมือนสัญญาเพิ่มเติมรายปี แต่แลกมาด้วยเบี้ยตั้งต้นที่สูงกว่า เพราะเป็นแบบประกันภัยหลักที่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์อยู่ข้างใน

สรุปสัญญา

เงื่อนไขสำคัญของแบบนี้ในหน้าเดียว

ทุกบรรทัดสรุปจากโบรชัวร์ของเอไอเอโดยตรง

  • ประเภทสัญญาแบบประกันภัยหลัก คุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรง (ไม่มีเงินปันผล) ยืนได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องแนบกับกรมธรรม์อื่น
  • อายุที่รับประกันภัย15 วัน – 60 ปี
  • ระยะเวลาคุ้มครองถึงวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 99 ปี
  • ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย20 ปี เบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลาชำระ
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ200,000 บาท
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์การพิจารณาของบริษัท โดยนับรวมวงเงินโรคร้ายแรงทั้งหมดต่อรายชีวิตไม่เกิน 50 ล้านบาท
  • ระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง60 วัน นับแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามการต่ออายุครั้งสุดท้าย แล้วแต่วันใดจะเกิดขึ้นภายหลัง
  • ความคุ้มครอง MIBจนถึงวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 99 ปี
  • ความคุ้มครอง CCBถึงก่อนวันครบรอบปีกรมธรรม์ภายหลังผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์
  • การตรวจสุขภาพขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
  • สิทธิบริการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคลเมื่อมีความคุ้มครองโรคร้ายแรงรวมต่อรายชีวิตตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่ในปัจจุบัน
  • ข้อยกเว้นสำคัญโรคร้ายแรงหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นก่อนวันเริ่มมีผลคุ้มครอง · การฆ่าตัวตายหรือทำร้ายร่างกายตนเอง · การติดเชื้อ HIV หรือภาวะของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
คำนวณเบื้องต้น

เบี้ยของแบบนี้ประมาณเท่าไหร่

เครื่องคำนวณนี้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยมาตรฐานและตารางส่วนลดตามจำนวนเงินเอาประกันภัย ที่พิมพ์อยู่ในโบรชัวร์ของเอไอเอโดยตรง

คำนวณจากอัตราเบี้ยจริงในโบรชัวร์เอไอเอไม่ต้องกรอกชื่อหรือเบอร์ผมไม่เก็บข้อมูลที่คุณกรอก

บาท

เบี้ยประกันภัยมาตรฐาน ปีละ

0

เบี้ยคงที่ ชำระ 20 ปี คุ้มครองถึงอายุครบ 99 ปี

  • อัตราเบี้ยมาตรฐาน ต่อทุน 1,000 บาท
  • หัก ส่วนลดตามจำนวนเงินเอาประกันภัย
  • อัตราสุทธิ ต่อทุน 1,000 บาท
  • เบี้ยประกันภัยรวม ปีละ
  • เทียบเป็นเดือนละ (เบี้ยรายปีหารด้วย 12)
  • รวมตลอดระยะเวลาที่ชำระเบี้ย
  • วงเงินผลประโยชน์รวมสูงสุดตลอดสัญญา

ให้ผมทำใบเสนอราคาจริงให้ตัวเลขข้างบนเป็นอัตรามาตรฐานตามโบรชัวร์ ผมจะทำใบเสนอราคาจริงตามอายุ สุขภาพ และสัญญาเพิ่มเติมที่คุณต้องการ ส่งกลับให้ภายใน 1 วันทำการ

หมายเหตุสำคัญ

  • ตัวเลขนี้ตรวจสอบแล้วกับตัวเลขที่เอไอเอพิมพ์ไว้ในโบรชัวร์เอง เช่น ผู้ชายอายุ 40 ปี ทุนประกัน 3,000,000 บาท โบรชัวร์หน้า 16 ระบุเบี้ยปีละ 332,430 บาท ซึ่งตรงกับที่เครื่องคำนวณนี้แสดง
  • ตัวเลขที่คำนวณได้เป็น เบี้ยประกันภัยมาตรฐาน ตามตารางในโบรชัวร์ ยังไม่รวมผลการพิจารณารับประกันภัยรายบุคคล ซึ่งอาจมีการเพิ่มเบี้ยหรือยกเว้นความคุ้มครองบางโรคตามประวัติสุขภาพ
  • ระบบปัดอายุเป็นปีเต็ม การคำนวณจริงของบริษัทใช้อายุ ณ วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ซึ่งอาจต่างไปหนึ่งปีหากใกล้วันเกิด
  • แบบนี้เป็นแบบประกันภัยหลัก การทำประกันชีวิตไม่ใช่การฝากเงิน และมีข้อจำกัดในการเวนคืนกรมธรรม์ ซึ่งการเวนคืนอาจทำให้ได้รับเงินน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้ว
  • บรรทัด “เทียบเป็นเดือนละ” คือการหารเบี้ยรายปีด้วย 12 เพื่อให้เห็นภาระต่อเดือนเท่านั้น หากเลือกชำระเป็นรายเดือนจริง เบี้ยรวมทั้งปีจะสูงกว่าการชำระรายปีตามอัตราส่วนที่บริษัทกำหนด
  • ตัวเลขนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ใบเสนอราคา และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสัญญาประกันภัย
เหมาะกับใคร

คนแบบไหนที่ผมมักแนะนำแบบนี้

ผมไม่เชื่อว่ามีแบบประกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแต่แบบที่ตรงกับโจทย์ของคุณหรือไม่ตรง

ตรงโจทย์ ถ้าคุณ

  • อยากได้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่จบในตัว ไม่ต้องแนบกับกรมธรรม์หลักตัวอื่น
  • รับได้กับเบี้ยที่สูงกว่าสัญญาเพิ่มเติม เพื่อแลกกับเบี้ยที่คงที่และไม่ต้องต่ออายุทุกปี
  • มีคนในครอบครัวเคยป่วยเป็นโรคร้ายแรง และกังวลเรื่องการป่วยซ้ำมากกว่าการป่วยครั้งแรก
  • เป็นเสาหลักของครอบครัว ที่รายได้หยุดแล้วบ้านทั้งบ้านสะเทือน
  • ต้องการเงินรายเดือนช่วงพักฟื้น ไม่ใช่แค่เงินก้อนตอนตรวจเจอ

ยังไม่ตรงโจทย์ ถ้าคุณ

  • มีงบจำกัด และต้องการวงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อเบี้ยที่จ่าย — กรณีนี้สัญญาเพิ่มเติมจะให้ทุนสูงกว่ามากที่เบี้ยเท่ากัน
  • ยังไม่มีประกันสุขภาพค่ารักษาพยาบาล ซึ่งควรจัดให้ครบก่อน เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่มาถึงก่อนเสมอ
  • อายุเกิน 60 ปีแล้ว ซึ่งเกินอายุรับประกันของแบบนี้
  • ต้องการแบบที่มีเงินคืนระหว่างสัญญาหรือเงินปันผล ซึ่งแบบนี้ไม่มี
พูดกันตรง ๆ

ข้อจำกัดที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผมเชื่อว่าการรู้ข้อจำกัดล่วงหน้า ทำให้คุณตัดสินใจได้ดีกว่าการรู้แต่ข้อดี

เบี้ยสูงกว่าสัญญาเพิ่มเติมมาก

เพราะเป็นแบบประกันภัยหลักที่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์อยู่ข้างใน เบี้ยจึงสูงกว่าสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรงที่ให้ทุนเท่ากันหลายเท่า ถ้าเป้าหมายของคุณคือวงเงินสูงสุดต่อเบี้ยที่จ่าย ควรดูสัญญาเพิ่มเติมประกอบด้วย

ผลประโยชน์บางข้อสั้นกว่าอายุสัญญา

สัญญาคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี แต่ผลประโยชน์การดูแลต่อเนื่อง (CCB) หยุดที่ก่อนอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์ และวงเงินโรคร้ายแรงหลังอายุ 85 ปี เหลือสูงสุด 140% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

ต้องแถลงสุขภาพตามจริง

การพิจารณารับประกันภัยดูประวัติสุขภาพย้อนหลัง ถ้าเคยตรวจพบความผิดปกติมาก่อน บริษัทอาจเพิ่มเบี้ย ยกเว้นความคุ้มครองบางโรค หรือไม่รับประกัน การปกปิดข้อความจริงอาจเป็นเหตุให้ถูกปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายหลัง

ไม่ใช่ประกันค่ารักษาพยาบาล

แบบนี้จ่ายเป็นเงินก้อนตามการวินิจฉัย ไม่ได้จ่ายตามใบเสร็จค่ารักษา ถ้าคุณต้องการให้ค่าห้องค่าผ่าตัดค่ายาถูกรับไว้ตามจริง ต้องมีประกันสุขภาพแยกอีกฉบับ ทั้งสองอย่างทำหน้าที่คนละแบบและควรมีคู่กัน

คำถามที่พบบ่อย

เรื่องที่ลูกค้าถามผมเกี่ยวกับแบบนี้

ProCare ต่างจาก SuperCare อย่างไร

ทั้งสองแบบเป็นแบบประกันภัยหลักที่คุ้มครองชีวิตและโรคร้ายแรง 62 โรค/การรักษาเหมือนกัน และคุ้มครองถึงอายุ 99 ปีเหมือนกัน

จุดต่างอยู่ที่จำนวนครั้งและผลประโยชน์เสริม SuperCare จ่ายระดับต้นถึงปานกลาง 20% หนึ่งครั้ง และระดับรุนแรง 100% หนึ่งครั้งแล้วสัญญาสิ้นสุด ส่วน ProCare จ่ายระดับต้นถึงปานกลาง 40% และระดับรุนแรง 100% ได้ถึงอย่างละ 6 ครั้ง บวกผลประโยชน์ MIB และ CCB อีกสองก้อน

แลกกันที่เบี้ย ProCare เบี้ยสูงกว่า SuperCare ที่ทุนเท่ากัน ส่วน SuperCare เลือกชำระเบี้ยได้ทั้ง 10 ปี และ 20 ปี ขณะที่ ProCare ชำระ 20 ปีอย่างเดียว

จ่ายผลประโยชน์ไปแล้ว กรมธรรม์ยังอยู่ไหม

อยู่ครับ ตราบใดที่วงเงินผลประโยชน์ยังไม่เต็มเพดาน กรมธรรม์ยังมีผลบังคับต่อและยังคุ้มครองชีวิตอยู่ นี่คือจุดต่างสำคัญจากแบบที่จ่ายครั้งเดียวแล้วสัญญาสิ้นสุด

และถ้าได้รับวินิจฉัยครั้งแรกภายใต้ผลประโยชน์โรคร้ายแรงระดับรุนแรง MIB หรือ CCB บริษัทจะยกเว้นเบี้ยประกันภัยที่เหลือให้ด้วย โดยความคุ้มครองยังเดินต่อ

MIB ต่างจากผลประโยชน์โรคร้ายแรงอย่างไร

ผลประโยชน์โรคร้ายแรงดูที่ชื่อโรค ต้องเข้านิยามโรคใดโรคหนึ่งใน 62 รายการจึงจะจ่าย

ส่วน MIB ดูที่ความหนักของอาการแทน คือเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วัน จากสาเหตุที่กรมธรรม์ระบุไว้ เช่น ต้องผ่าตัดใหญ่โดยใช้ยาสลบแบบทั่วไป ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือมีภาวะล้มเหลวของอวัยวะสำคัญ

ข้อนี้จึงรับกรณีที่ป่วยหนักมากแต่ยังไม่เข้านิยามโรคร้ายแรงข้อใดข้อหนึ่งพอดี จ่าย 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เพียงครั้งเดียวตลอดสัญญา

Relapsed CI คืออะไร

คือผลประโยชน์กรณีโรคร้ายแรงระดับรุนแรงที่เคยเคลมไปแล้วกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง โดยต้องเป็นครั้งใหม่ที่แพทย์ยืนยันชัดเจนว่าแยกจากครั้งก่อน และเกิดขึ้นภายหลังอย่างน้อย 1 ปีนับจากวันที่ได้รับการวินิจฉัยครั้งก่อน

การจ่ายแต่ละครั้งจะถูกนับรวมอยู่ในจำนวนครั้งสูงสุดและวงเงิน 800% ของผลประโยชน์โรคร้ายแรง

ทุนประกันเท่าไหร่ถึงจะพอ

ผมมักเริ่มจากคำถามว่า ถ้าคุณหยุดทำงานไป 2 ปี ครอบครัวต้องใช้เงินเท่าไหร่ แล้วบวกส่วนที่ประกันสุขภาพไม่จ่าย เช่น ค่าเดินทางรักษาต่อเนื่อง ค่าคนดูแล และยานอกบัญชีบางตัว

สำหรับคนทำงานทั่วไป ทุนโรคร้ายแรงที่ผมเห็นว่าใช้ได้จริงมักอยู่ที่ประมาณ 1–3 เท่าของรายได้ทั้งปี แต่ตัวเลขนี้ต่างกันมากตามภาระของแต่ละบ้าน ลองกรอกในเครื่องคำนวณด้านบนดูก่อน แล้วทักมาคุยกันได้ครับ

ถ้าอยู่จนครบสัญญาโดยไม่เคยเคลม ได้อะไรคืนไหม

ได้ครับ เมื่อครบกำหนดสัญญาที่อายุ 99 ปี บริษัทจ่ายจำนวนที่มากกว่าระหว่าง 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือเบี้ยประกันภัยหลักที่ชำระมาแล้วทั้งหมด หักผลประโยชน์ที่จ่ายไปแล้ว (ถ้ามี)

แต่ผมอยากให้มองแบบนี้เป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสี่ยงเป็นหลัก ไม่ใช่เครื่องมือออมเงิน ถ้าเป้าหมายหลักของคุณคือการออม ควรดูหมวดประกันสะสมทรัพย์ซึ่งออกแบบมาเพื่อเรื่องนั้นโดยตรง

อยากรู้ว่าแบบนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

บอกอายุ ทุนประกันที่คิดไว้ และประกันที่มีอยู่แล้ว ผมจะคำนวณเบี้ยจริงจากตารางของเอไอเอมาให้ดู พร้อมเทียบกับแบบอื่นในหมวดเดียวกัน ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีการกดดัน

  • คำนวณเบี้ยจริงจากตารางของเอไอเอ ตามอายุและทุนที่คุณต้องการ
  • เทียบกับแบบอื่นในหมวดโรคร้ายแรงให้เห็นพร้อมกัน
  • ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีการกดดัน
  • ข้อมูลของคุณใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น
Contact
อ่านต่อ

เรื่องที่ควรอ่านคู่กัน

ก่อนตัดสินใจ ควรอ่านเทียบกับแบบอื่นในหมวดเดียวกัน และเข้าใจความต่างระหว่างแบบประกันภัยหลักกับสัญญาเพิ่มเติมให้ชัดก่อน

ข้อมูลในหน้านี้สรุปจากโบรชัวร์ AIA CI ProCare ฉบับวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 อัตราเบี้ยประกันภัยมาตรฐานมาจากตารางในโบรชัวร์หน้า 17 และตารางส่วนลดเบี้ยประกันภัยหน้า 19 จัดทำเพื่อการศึกษาและเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสัญญาประกันภัย

ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาและทำความเข้าใจในเอกสารเสนอขายก่อนตัดสินใจทำประกันภัย และมีหน้าที่แถลงข้อความจริงในการขอเอาประกันภัย การปกปิดข้อความจริงหรือแถลงข้อความเป็นเท็จใด ๆ อาจเป็นเหตุให้บริษัทปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย ผลประโยชน์ ความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และเงื่อนไขการรับประกัน เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์และหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยของบริษัท เอไอเอ จำกัด