เริ่มจากว่าคุณกำลังดูให้ใคร
ผมจัดกลุ่มหน้านี้ตามคนที่จะได้ใช้กรมธรรม์จริง ไม่ได้เรียงตามความนิยม เพราะแบบที่เหมาะกับพ่อแม่วัยเกษียณ กับแบบที่เหมาะกับลูกวัยอนุบาล เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง เลือกกลุ่มที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ แล้วเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละแบบได้เลยครับ
เลือกกลุ่มที่ตรงกับสถานการณ์
แต่ละกลุ่มมีหลายแบบให้เลือก เข้าไปดูแล้วเทียบเงื่อนไขกันได้ในหน้าของกลุ่มนั้น
ประกันสุขภาพเด็ก
เหมาะกับ พ่อแม่ที่อยากให้ลูกมีค่ารักษาพยาบาลรองรับตั้งแต่เล็ก
เด็กเล็กเจ็บป่วยบ่อยและมักต้องนอนโรงพยาบาล กลุ่มนี้จึงเน้นค่าห้องและค่ารักษาที่ใช้ได้จริง มีทั้งแบบแยกค่าใช้จ่ายและแบบเหมาจ่าย เลือกตามงบที่จ่ายไหวในระยะยาว
ประกันสุขภาพ
เหมาะกับ คนทำงานที่อยากให้ค่ารักษาไม่กระทบเงินเก็บ
ค่ารักษาพยาบาลขึ้นทุกปีเร็วกว่าเงินเดือน กลุ่มนี้ครอบคลุมตั้งแต่แบบเบี้ยประหยัด ไปจนถึงเหมาจ่ายวงเงินสูง จุดที่ต้องดูก่อนคือค่าห้อง เพราะเป็นตัวกำหนดว่าเข้าโรงพยาบาลระดับไหนได้
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง
เหมาะกับ คนที่กังวลเรื่องรายได้ที่หายไประหว่างรักษาตัว
ต่างจากประกันสุขภาพตรงที่จ่ายเป็นเงินก้อนเมื่อตรวจพบโรคตามที่ระบุในสัญญา ใช้ทดแทนรายได้ช่วงพักรักษาตัวได้ ซึ่งประกันสุขภาพไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนี้
ประกันสำหรับวงเงินสูง
เหมาะกับ ผู้ที่วางแผนส่งต่อทรัพย์สินหรือต้องการทุนประกันระดับสูง
กลุ่มเพรสทีจออกแบบมาสำหรับทุนประกันสูงเป็นหลัก เงื่อนไขการพิจารณารับประกัน และสิทธิประโยชน์ต่างจากแบบทั่วไป จึงควรคุยรายละเอียดก่อนยื่นใบคำขอ
ประกันสุขภาพ กับ ประกันโรคร้ายแรง ต่างกันตรงไหน
สองกลุ่มนี้ชื่อคล้ายกันแต่ทำหน้าที่คนละอย่าง เทียบให้เห็นชัดก่อนตัดสินใจ
| หัวข้อ | ประกันสุขภาพ | ประกันโรคร้ายแรง |
|---|---|---|
| จ่ายเมื่อไร | จ่ายตามค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง หรือเหมาจ่ายตามวงเงิน | จ่ายเป็นเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจพบโรคตามที่ระบุในสัญญา |
| เงินไปไหน | จ่ายตรงให้โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ | เข้ามือคุณ ใช้ทำอะไรก็ได้ รวมถึงทดแทนรายได้ที่หายไป |
| ใช้ตอนไหน | ทุกครั้งที่เข้ารักษา ตั้งแต่เรื่องเล็กจนถึงผ่าตัดใหญ่ | ครั้งเดียวเมื่อเข้าเงื่อนไขของโรคที่ระบุไว้ |
| ควรมีคู่กันไหม | ครอบคลุมค่ารักษา แต่ไม่ได้ชดเชยรายได้ | ชดเชยรายได้ แต่ไม่ได้จ่ายค่ารักษารายครั้ง |
สองแบบนี้ทำหน้าที่คนละอย่าง หลายคนจึงถือคู่กัน ถ้างบยังไม่พอทั้งสองส่วน บอกงบที่จ่ายไหวมาได้ครับ ผมจะเรียงให้เห็นว่าควรเริ่มจากส่วนไหนก่อน
สามคำถามที่ลูกค้าถามผมบ่อยที่สุด
ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากกลุ่มไหน
เริ่มจากเรื่องที่คุณกังวลที่สุดก่อนครับ ถ้ากังวลค่ารักษาให้ดูกลุ่มประกันสุขภาพ ถ้ากังวลว่าหยุดงานยาวแล้วรายได้หาย ให้ดูกลุ่มโรคร้ายแรง สองเรื่องนี้ทำหน้าที่คนละอย่างและมักถือคู่กัน
มีประกันอยู่แล้ว ต้องเพิ่มอีกไหม
ส่งรายละเอียดกรมธรรม์เดิมมาให้ผมดูก่อนได้ครับ บางครั้งสิ่งที่ขาดคือค่าห้องที่ต่ำเกินไป ซึ่งปรับได้โดยไม่ต้องซื้อเล่มใหม่ทั้งหมด
งบจำกัด ควรเลือกอย่างไร
บอกงบที่จ่ายไหวต่อปีมาได้เลยครับ ผมจะเรียงให้เห็นว่าในงบเท่านั้นได้ความคุ้มครองระดับไหน และส่วนไหนที่ควรเก็บไว้ก่อน ดีกว่าซื้อเกินตัวแล้วต้องหยุดจ่ายกลางทาง
จากคำถามแรก ถึงวันที่ตัดสินใจ
- 1
บอกสิ่งที่กังวล
ไม่ต้องรู้ชื่อแบบประกันมาก่อนครับ บอกแค่ว่ากังวลเรื่องอะไร ดูให้ใคร และงบประมาณเท่าไร
- 2
ผมสรุปทางเลือกให้
ผมจะเรียงให้เห็นว่าในงบเท่านั้นมีทางเลือกอะไรบ้าง แต่ละทางได้อะไรและไม่ได้อะไร พร้อมเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อน เช่น ระยะเวลารอคอยและโรคที่เป็นมาก่อน
- 3
ตัดสินใจเมื่อพร้อม
อ่านแล้วยังไม่แน่ใจก็ถามเพิ่มได้ ไม่มีกำหนดว่าต้องตอบภายในกี่วัน และผมจะไม่ติดต่อกลับหากคุณแจ้งว่ายังไม่สะดวก
เรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกแบบประกัน
สี่เรื่องที่ลูกค้ามักไม่ทราบมาก่อน และมีผลกับการเคลมจริง
ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนเท่าไหร่ ควรซื้อวงเงินแค่ไหน
ค่าห้องเป็นตัวชี้ว่าเข้าโรงพยาบาลระดับไหนได้ ไม่ใช่วงเงินรวม
ระยะเวลารอคอย 30 60 120 วัน ต่างกันตรงไหน
ซื้อแล้วยังเคลมไม่ได้ทันที ต้องรู้ก่อนว่ารอกี่วัน
แถลงสุขภาพไม่ครบ แล้วเคลมไม่ได้ เกิดจากอะไร
หกเรื่องที่คนมักคิดว่าไม่ต้องบอก แต่ต้องบอก
เบี้ยประกันสุขภาพขึ้นทุกปี วางแผนยังไงให้จ่ายไหว
ตัวอย่างจริงจาก 18,900 เป็น 50,600 บาทต่อปี
ยังไม่แน่ใจว่ากลุ่มไหนใช่
สอบถามเข้ามาได้ครับ ผมถามไม่กี่ข้อก็พอบอกได้ว่าควรเริ่มตรงไหน และหากพิจารณาแล้วเห็นว่าประกันไม่ใช่คำตอบของเรื่องที่คุณกังวลอยู่ ผมจะเรียนให้ทราบตามตรง
