ซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่ อายุ 60 แล้วยังทันไหม
คำถามนี้มักมาตอนที่พ่อแม่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลครั้งแรก ลูกกลับมาบ้านแล้วเพิ่งรู้ว่าบิลก้อนเดียวกินเงินเก็บไปเท่าไหร่
คำตอบสั้น ๆ คือยังทันสำหรับบางแบบ แต่เงื่อนไขจะแคบลงตามอายุ และแคบเร็วมากหลังหกสิบ หน้านี้ผมเรียงให้ดูว่าอายุไหนยังทำอะไรได้บ้าง
ช่วงอายุรับประกันในหน้านี้ยกมาจากเอกสารของเอไอเอ ตรวจสอบล่าสุด 3 กันยายน 2569 การรับประกันจริงยังขึ้นกับผลการพิจารณาสุขภาพเป็นรายบุคคล อายุที่เข้าเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าจะได้รับประกันทุกคน
อายุเท่าไหร่ยังสมัครแบบไหนได้
ตัวเลขนี้คือช่วงอายุที่รับสมัครใหม่ ไม่ใช่อายุที่ความคุ้มครองสิ้นสุด
| แบบประกัน | อายุที่รับสมัคร | ต่ออายุได้ถึง |
|---|---|---|
| AIA Health Happyเหมาจ่าย | 11 – 75 ปี | อายุ 98 ปี คุ้มครองถึง 99 ปี |
| AIA Infinite Careเหมาจ่ายวงเงินสูง | ดูเงื่อนไขในตารางผลประโยชน์ | ตามที่ระบุในกรมธรรม์ |
| AIA HB Extraชดเชยรายวัน | 15 วัน – 70 ปี | อายุ 79 ปี |
| AIA HBชดเชยรายวัน | 6 – 55 ปี | ช่วง 56 – 59 ปีเป็นปีต่ออายุ |
| AIA CI ProCareโรคร้ายแรง | 15 วัน – 60 ปี | คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี |
สังเกตว่าแบบชดเชยรายวันบางแบบปิดรับตั้งแต่ 55 ปี ขณะที่แบบเหมาจ่ายยังรับถึง 75 ปี ถ้าพ่อแม่อายุเกินห้าสิบห้าแล้ว ทางเลือกจะเหลือน้อยลงทันที
ยิ่งอายุมาก เงื่อนไขยิ่งแคบ

อายุมากขึ้น สามอย่างนี้เปลี่ยนไปพร้อมกัน
เบี้ยสูงขึ้นมาก เพราะคิดตามความเสี่ยงของช่วงอายุ เบี้ยของคนอายุหกสิบต่างจากคนอายุสามสิบหลายเท่า
โอกาสถูกยกเว้นโรคสูงขึ้น เพราะวัยนี้มักมีประวัติสุขภาพอยู่แล้ว เช่น ความดัน เบาหวาน หรือไขมันในเลือด ซึ่งบริษัทอาจยกเว้นความคุ้มครองที่เกี่ยวข้อง
บางแบบปิดรับไปแล้ว โดยเฉพาะแบบชดเชยรายวันที่ช่วงอายุสั้นกว่าแบบอื่น
เบี้ยที่จ่ายให้พ่อแม่ ลดหย่อนภาษีได้
ลดหย่อนได้ถึง 15,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพที่คุณจ่ายให้บิดามารดา ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และเป็นวงเงินแยกจากเพดาน 100,000 บาทของประกันตัวเอง
พ่อแม่ต้องมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
เป็นเงื่อนไขของกรมสรรพากร ถ้าพ่อแม่ยังมีรายได้เกินนี้ จะใช้สิทธิไม่ได้
พี่น้องช่วยกันจ่าย ต้องหารสิทธิ
ถ้าลูกหลายคนช่วยกันจ่ายเบี้ยให้พ่อแม่คนเดียวกัน ต้องแบ่งสิทธิลดหย่อนกัน ไม่ใช่ทุกคนใช้เต็ม 15,000
สามขั้นก่อนตัดสินใจ
- รวบรวมประวัติสุขภาพของพ่อแม่ให้ครบก่อน
ยาที่กินประจำ โรคที่หมอเคยบอก และการนอนโรงพยาบาลย้อนหลัง ข้อมูลนี้จะบอกได้ตั้งแต่ต้นว่าแบบไหนพอมีโอกาส และแบบไหนไม่ต้องเสียเวลายื่น
- ตัดสินใจว่าจะปิดความเสี่ยงก้อนไหน
ถ้ากังวลบิลค่ารักษาก้อนใหญ่ ให้ดูแบบเหมาจ่าย ถ้ากังวลรายได้ที่หายไปตอนต้องมีคนเฝ้า ให้ดูแบบชดเชยรายวัน สองอย่างนี้คนละหน้าที่
- ถ้าสมัครไม่ผ่าน ให้วางแผนสำรองไว้
บางกรณีบริษัทไม่รับประกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดได้จริงในวัยนี้ ทางเลือกที่เหลือคือกันเงินก้อนไว้เอง ผมจะเรียนให้ทราบตามตรง ถ้าเคสของพ่อแม่คุณเข้าข่ายนี้
เรื่องที่ลูก ๆ ถามผมบ่อยที่สุด
พ่อแม่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ยังทำได้ไหม
ยื่นได้ แต่บริษัทอาจเพิ่มเบี้ย ยกเว้นความคุ้มครองของโรคนั้น หรือไม่รับประกัน สามอย่างนี้รู้ผลตอนพิจารณา ที่สำคัญคือต้องแถลงตามจริง เพราะถ้าปิดไว้แล้วเคลมเรื่องที่เกี่ยวข้อง มีโอกาสถูกปฏิเสธสูงมาก
พ่อแม่มีสิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมอยู่แล้ว ยังต้องซื้อไหม
ขึ้นกับว่าคุณอยากให้ท่านรักษาที่ไหน สิทธิพื้นฐานครอบคลุมการรักษาตามระบบ ส่วนประกันเอกชนซื้อความสะดวกและทางเลือกโรงพยาบาล ไม่ใช่ซื้อเพราะสิทธิเดิมไม่ดี
ควรซื้อวงเงินสูงสุดเลยไหม เพราะอายุมากแล้ว
ต้องดูว่าเบี้ยปีต่อ ๆ ไปคุณจ่ายไหวไหม เพราะเบี้ยจะขึ้นตามอายุของท่านทุกปี การซื้อแผนใหญ่แล้วทิ้งกลางทางในสามปี เสียหายกว่าซื้อแผนพอดีแล้วถือยาว
ทำให้พ่อแม่ต้องใช้ชื่อใครเป็นผู้ชำระเบี้ย
ถ้าคุณเป็นคนจ่ายและต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องเป็นผู้ชำระเบี้ยที่ปรากฏหลักฐาน และพ่อแม่ต้องเข้าเงื่อนไขเรื่องเงินได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด
อยากรู้ว่าพ่อแม่ยังสมัครแบบไหนได้บ้าง
บอกอายุกับโรคประจำตัวของท่านมา ผมดูให้ว่าแบบไหนยังอยู่ในเกณฑ์ และถ้าประวัติทำให้สมัครไม่ผ่าน ผมจะบอกตั้งแต่แรก ไม่ปล่อยให้เสียเวลายื่น
